Content

นั่งรถไฟ ไป เวียงจันทน-วังเวียง

Backpack ไปเที่ยวลาวเหนือ เมื่อเดือน พ.ค. 2551 ทริปนี้ ใช้เงินไปทั้งสิ้น ประมาณ 4 พันกว่าบาท/คน

นั่งรถไฟจากหัวลำโพง - หนองคาย - เวียงจันทน์ - วังเวียง - หลวงพระบาง ( 5 วัน 4 คืน)





เตรียมพร้อม :
♥ Passport  เราสามารถเที่ยวในลาวได้ถึง 30 วันแต่หาก จะไปแบบ เช้าไป-เย็นกลับก็สามารถทำ passport แบบชั่วคราวที่ ฝั่งหนองคายบ้านเรามีบริษัททัวร์ รับทำ passport รอบริการอยู่ อ้อ ! สำหรับ นักท่องเที่ยวไทย ไม่จำเป็นต้องใช้ Visa นะ
♥ อัตราแลกเปลี่ยน   ที่ลาวนี่เค้าชอบเงินบาท กับ สกุล $US มาก แต่ถึงยังไง แลกกีบไป จะคุ้มกว่า ไม่เสียเปรียบเรื่อง อัตราแลกเปลี่ยน พวกเหรียญไทยของเรา เค้าไม่รับเลย รับแต่ แบงก์ 20 บาท เพราะฉะนั้น เวลาจ่ายค่าอาหาร ค่ารถ ค่าเครื่องดื่ม ถ้าเราไม่มี เงินกีบ เค้าจะคิดเป็นเงินบาท แล้ว ปัดเป็น ตัวเลข กลมๆ ใช้จ่ายหลายๆ ครั้งต่อวัน ก็ขาดทุนเป็นร้อย ค่าโรงแรม จ่ายเป็น usd , ค่าช้อปปิ้ง ค่ารถ จ่ายเป็นเงินบาท , ส่วนจิปาถะ ขนม,ค่าอาหาร จ่ายเป็น เงินกีบ เราแลกเงินลาว ไว้ 54,000 กีบ แหม จะใช้จ่ายแต่ละที ไมแพงจัง ??

รถไฟไทย ไม่ไปไม่รู้

ทริปแรก ที่ใช้บริการรถไฟ ช่วง พ.ค.เป็น low season เลยจองตั๋วง่ายหน่อย เข้าไปเช็คตาราง และตรวจสอบที่นั่ง ที่ http://www.railway.co.th ของ การรถไฟแห่งประเทศไทย กรุงเทพฯ - หนองคาย ตอนนั้น เราไปซื้อตั๋วที่ สถานีหัวตะเข้ (สะดวกซื้อแถวไหน ก็ไปสถานีแถวนั้นเลย ) กรุงเทพฯ -หนองคาย รถด่วน นั่งปรับอากาศ ชั้น1 ราคา 498 ต่อ คน รถออกจากหัวลำโพง 8:30 ถึง หนองคาย 7 โมงเช้า นั่งรถไฟก็ดีเหมือนกัน เมื่อยก้นเล็กน้อย ปรับเอนได้ก็โอเค มีแม่ค้าขาย ข้าวเหนียวเนื้อ และบริการสั่ง อาหารข้าวผัด ผัดกระเพรา สารพัดเมนู ขนม น้ำ มีตลอดคืน การเดินทางครั้งนี้ รู้สึกปลอดภัย ไร้กังวล

ถึง สถานีหนองคาย ตามเวลา เราล้างหน้า แปรงฟัน แล้ว ต่อ สกายแลป รับจ้างไปส่งที่ ต.ม .(ด่านตรวจคนเข้าเมือง หรือ สะพานมิตรภาพไทย ลาวที่เดียวกัน) ค่าโดยสาร 30-40 บาท แล้่วแต่ ความสามารถในการต่อรอง ซึ่งใกล้มาก จากสถานีหนองคาย

ณ จุดด่านตรวจคนเข้าเมือง เราต้องกรอกแบบฟอร์มขาเข้า พร้อม passsport ยื่น ต่อเจ้าหน้าที่ ค่าธรรมเนียม 20 บาท จะมีรถบัสบริการ พาไปส่งที่ ด่านศุลกากรฝั่งลาว
ณ ศุลกากรฝั่งลาว ก็ต้องกรอกอีก พร้อม ค่าธรรมเนียมอีก 20 บาท เป็นอันเสร็จพิธี คราวนี้ ก็ตัวใครตัวมัน!! จะไปยังไงต่อ

"ทะลุ" มาฝั่งลาว แล้ว !

ภาษาไทย เรียกว่า "ผ่าน" พาสาลาว เรียก "ทะลุ" อืม..อ่านป้ายแล้วเพลิดเพลินดี มีเสน่ห์ดี



♥  ละลายพฤติกรรมก่อนเผชิญโลกกว้าง !
รับวิถีชิวิตใหม่ๆ ในสถานที่ใหม่ เพื่อให้ท่านทั้งหลาย "จะได้ แร่ด อย่างมีสติ และสร้างสรร"
รถลาวพวงมาลัยซ้าย เลนส์ขับรถนั้น ตรงข้ามกับพี่ไทย ที่นี่ เห็นร้านเบยลาว (เบียร์ลาว) พอๆ กับ ร้านหมูกะทะ บ้านเรา
แม้ค่าเงินลาวจะเล็กกว่า ถ้าหวังจะหาของถูกที่นี่ ไม่มีแน่ เพราะ ข้าวปลาอาหาร ตามร้านก๋วยเตี๋ยวธรรมดา ราคา 45 บาทขั้นต่ำ ล้วนแล้วแต่แพงกว่า ของไทย โดยเฉพาะค่าเข้าห้องน้ำ ครั้งละ 10-20 บาท กาฟงกาแฟ บ้านเรา 35 ที่นี้ 45-50 บาท

ถามไป ถามมา ทำไมแพงจัง เขาบอกว่า ส่วนใหญ่เอามาจากไทย ซอสปรุงรส ก็ใช้ยี่ห้อไทย ส่วนใหญ่
ละครสังข์ทอง (ซี่รี่ไทย) hothit ติด rating สูงของที่นี่เลย เดินผ่านได้ยินเสียง เปิดแทบทุกร้าน ทุกบ้าน

รถที่นี่ ส่วนใหญ่ มาจากจีน ยี่ห้อ ฮุนได minivan เห็นกันกลื่อน
การขับรถ ส่วนใหญ่เหยียบเต็มที่ 60 กม/ชม เพราะฉะนั้น จากเวียงจันทน์ ไปวังเวียง ระยะ ทาง 150 กม. หลับไปได้เลยครับท่านพี่ กินเวลา 4 ชม.โดยประมาณ
รถทัวร์ VIP Bus ที่นี่หมายถึง รถบัสปรับอากาศธรรมชาติ ไม่มีแอร์จ้ะ รถ Bus ที่นี่ จะเป็นรถ mini bus
ที่ลาว เค้าก็มีเซ็นเตอร์พอยต์ ไม่ใช่แหล่งละลายทรัพย์ แฟชั่นจ๋า หรือ บรรดาร้านค้า ชื่อดัง ที่นี่ วัยรุ่น นักศึกษา เค้าพากันมาดื่ม..น้ำเต้าหู้ เป็นการพบปะสังสรร ..(บางครั้ง เรื่องราว ง่ายๆ แต่เป็นเรื่องดี ที่น่าเอาเป็นเยี่ยงอย่าง)

ที่นี่ ยังไม่มีรถติด และ มลพิษมากมาย (อืม จะเห็น ก็แต่ "วัวติด !" )

สังเกตเห็น สัญลักษณ์ ป้ายที่นี่ "ไม่ต้องแปลความหมายของความหมาย" "ของเขา เข้าใจง่ายจริงแฮะ" ห้ามจอดวันคู่ / วันคี่ อันนี้ ชัดกันไปเลย ต่างชาติ ต่างภาษา เห็นป้ายแล้ว ไม่ต้องเขียนใบสั่ง มาปรับความเข้าใจกันที่หลัง เหมือนบ้านเรา เฮ่อออ +++



♥  ออกเดินทาง (ซะที) !

สาธยาย มาตั้งหลายนาที คราวนี้ มาถึงการเดินทางไป วังเวียง เมื่อทะลุผ่าน ด่าน ต.ม.ลาว ตอนนี้ จะมี แท๊กซี่ , รถสกายแลปรับจ้าง รอบริการ แต่เราเลือก ใช้บริการ รถโดยสารประจ้างท้องถิ่น ข้ามไปอีกฝั่ง จะมีป้ายรอรถ รถโดยสาร ก็ประมาณ มินิบัสบ้านเรา ต่างกัน ก็ตรงคนขับที่นี่ ขับรถใจเย็น ไปเรื่อยๆ ไม่เหมือนมินิบัสบ้านเรา ที่ขับชนิด เอาเป็นเอาตาย คล้ายจะรีบพาเมียไปคลอด !

นั่งมาประมาณ 30 นาที ถึง ท่ารถ บขส (อยู่ใกล้กับตลาดเช้า) จ่ายค่ารถเป็นเงินบาท เค้าคิดซาวบาท (20) ต่อคน แรกๆ ต้้งใจจะดูตารางรถ ไป วังเวียง ไม่ทันจะได้ขยับเท้าก้าวไปถึงไหน สกายแลปรับจ้าง กรูเข้ามาหาเรา โดยมิได้นัดหมาย "พี่ ๆ จะไปเที่ยวไหน หลวงพระบาง วังเวียง ไปกับผมนะ"
"เดี๋ยวเดินเที่ยวตลาดเช้าก่อน" เราตอบไปกึ่งแบ่งรับแบ่งสู้ (เอ..ก็ตรูอยากเดินเที่ยวก่อนนี่) "ไปวังเวียงใช้เวลา 4 ชม นะพี่ ถ้าพี่อยากเที่ยว คงต้องไปรอบเช้าเลย " พวกเรามองหน้ากัน กึ่งลังเล เล็กน้อย แต่ก็ยังยืนกรานว่า ขอเดินเล่นก่อน
สกายแลปตามตื้อ ไม่เลิกรา "พี่ ๆ ไปจองตั๋วไว้ก่อนก็ได้ แล้วมาเดินเที่ยวก็ทัน" เดี๋ยวผมบริการ เอง
สุดท้าย เราต้องใจอ่อน นี่แหละน้าาา "ตื้อเท่านั้นที่ครองโลก" คตินี้ปรับใช้ได้ดีสำหรับเรา สกายแลปส่งเราที่หน้าบริษัททัวร์ แห่งหนึ่ง อย่างรู้งาน !! กระเป๋านักท่องเที่ยวใบโต สุมกันอยู่หน้าบริษัทรถทัวร์ ส่วนใหญ่เป็นไซด์ของชาวต่างชาติ ใบใหญ่โต ยังไม่ค่อยเห็นคนไทยเลย ลืมไปว่าช่วงนี้ ไม่ใช่ช่วงวันหยุด

ค่าโดยสาร 60,000 กีบ/คน รถออก 9:30 น. จริงๆแล้ว วังเวียงก็อยู่ห่างจาก เวียงจันทน์ แค่ 159 ก.ม. แต่รถที่นี่ส่วนใหญ่ ไม่ได้ขับเร็ว อยู่ที่ 60 กม/ชม. เส้นทางเป็นทางราบไม่มีขึ้นเขา เป็นทางแคบ และดินลูกรังแดงอัดแน่น ตลอดเส้นทาง ระหว่างทาง รถบัสจะแวะให้เข้าห้องน้ำ 2 จุด

อย่างทีได้กล่าวไปแล้วว่า VIP bus ที่นี่ปร้บอากาศ แบบธรรมชาติ หรือ ไม่มีแอร์นั่นเอง แต่อย่าเพิ่ง ตกใจ ! ว่าตั้ง 4 ชั่วโมงจะไหวไหมเนี่ย ?? ตามที่ได้ทำการบ้านก่อนออกทริป เราว่า VIP bus น่าจะ เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด หากเปรียบกับ รถตู้ หรือ minivan ที่ดูเหมือนจะไม่เย็นเหมือนกัน

ด้วยที่เป็นรถใหญ่โล่ง ลมโกรกได้ทั่วถึง ทำให้ นั่งสบาย ชมวิวได้ ไม่เหนื่อยมากเท่าไและร้อนสักเท่า ไหร่

♥  "วังเวียง" แฝดเมืองปาย

ถึง วังเวียง ประมาณ บ่ายโมงครึ่ง รถบัสผู้รู้งาน (อีกแล้วครับ) พาเข้ามาจอดที่ รีสอร์ทแห่งหนึ่ง (เอ... จำได้ว่า พวกเราไม่ได้ จองที่พัก แล้วไมเข้ามาจอดข้างใน รีสอร์ท ซะเฉย) นี่เป็น onestopservice ภาคบังคับ

"มีห้องพักรึยังเจ้า ที่นี่คืนละ 400 บาท มีแอร์ น้ำอุ่น" และ "ร้านอาหาร"
ก็ดูใช้ได้ถูกดี (แรกๆ ต้้งใจจะ survey ก่อน แต่ด้วยความขี้เกียจมีมากว่า ประกอบกับอากร เพลียแดด) นอนพักที่นี่สักคืนก่อน..ก็ไม่เลว ! นะตั๊ว



ภายในห้องพัก ทำจากวัสดุธรรมชาติ และเตียงนอน ดูสะอาดน่าสบาย แม้จะ ภายนอกจะดูโทรมไปบ้าง แต่บรรยากาศแวดล้อม และทัศนียภาพ ก็ดูสวยงามเลยทีเดียว

ไอ้ลำยอง หนึ่งในสมาชิก thaigetaround พุ่งตัวใส่ฟูกนอน ด้วยท่าราวด๊อฟ ใส่ลังกา 2 รอบ แล้วบิดเกลียว 3 ตลบ พร้อมจบด้วยท่า "คางคกนาบพื้น" _"_ ดูมันทำ !

มันจบชีวิตลงทันที่ ที่ทิ้งสารร่าง ลงบนฟูกอัน นุ่มนิ่ม " คร่อกกก zzz " เราทั้งหมด หมดแรง ก๋วยเตี๋ยว แล้วพร้อมใจทิ้งตัวลงนอน "ขอสักงีบแล้วกัน"



เราตื่นมาพร้อมกับการอำลาของ "แสงอาทิตย์อัสดง" รีบคว้ากล้องคู่ชีพ รีบชักภาพสุดท้าย ก่อนที่แสงจะหายไปอีกไม่กี่นาที....โอ้ แสงจ๋า พี่ลาก่อน ฮือๆ นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

"อย่านอนตื่นสาย ตลาดจะวาย แสงจะหมด อนาคตจะดับวูบ"
แปลงมา จากต้นฉบับ

"อย่านอนตื่นสาย อย่าอายทำกิน อย่าหมิ่นเงินน้อย อย่าคอยวาสนา อย่าเสวนาคนชั่ว อย่ามั่วอบายมุข อย่าสุกก่อนห่าม อย่าพล่ามก่อนทำ อย่ารำก่อนเพลง อย่าข่มเหงผู้น้อย อย่าคอยแต่ประจบ อย่าคบแต่เศรษฐี อย่าดีแต่ตัว อย่าชั่วแต่คนอื่น อย่าฝ่าฝืนกฎระเรียบ อย่าเอาเปรียบสังคม อย่าชื่นชมคนผิด อย่าคิดเอาแต่ได้ อย่าใส่ร้ายคนดี อย่ากล่าวจีมุสา อย่านินทาพระเจ้า อย่าขนาดเขลาเมื่อมีทุกข์ อย่าสุขจนลืมตัว อย่าเกรงกลัวงานหนัก อย่าพิทักษ์พาลชน อย่าลืมตนเมื่อมั่งมี " ไอ้ลำยองร่ำไห้ด้วยความเสียดาย ส่วนพวกเรา มองหน้ากันแบบ "ไม่น่าเลยกรู ! "
"บางทีความสุขชั่วครั้งคราว มันก็ต้องแลกมาด้วยการสูญเสีย" ไอ้โด้ ปลอมประโลมเพื่อน เสมือนจะปลดปล่อยความรู้สึกนัยๆ กรูนี่มีประสบการณ์มาก่อน... ป๊าปปปป !! "อะจ๊าก ไมต้องใช้กำลังกันด้วย อ่ะ เค้าแค่ปลอบไอ้ลำยองมัน" ไม่มีคำอธิบายใด ๆ นอกจากเสียงสะอื้นสะอื้น ของไอ้โด้ พร้อมกับเสียงสะใจแห่งชัยชนะอีกครั้ง ของเมียมัน !!!





วังเวียงขากลับจากหลวงพระบาง เราเก็บภาพมาฝาก

ในเมื่อกฎมีไว้แหกฉันใด Plan ย่อมมีให้เปลี่ยนฉันนั้น จุดหมายปลายทางครั้งนี้ "คือ เมืองโรแมนติกในฝัน" (เค้าว่ากันว่านะ) และเป็นเมืองมรดกโลก ซึ่งเส้นทางต้องขึ้นลงเขาสลับ ซับซ้อน และใช้เวลาเดินทาง เกือบ 7 ช.ม. เราจึงต้องออกเดินทางแต่เช้า ไปหลวงพระบางก่อน และค่อยมาเก็บตก ที่วังเวียง ขากลับ



สะพานข้ามแม่น้ำซอง ชาวบ้านอีกฟาก และเด็กนักเรียน และรถ ใช้สัญจรไปมาระหว่างกัน



เรือหางยาว จอดเรียงราย ไว้รอรับ นักท่องเที่ยว ไปเที่ยวตามถ้ำ ต่างๆ



แม้วังเวียงจะเป็นเมืองเล็กๆ แต่จัดได้ว่า "เป็นสวรรค์ของเหล่าบรรดา Backpackers" ร้านอินเตอร์เน็ต .เกสต์เฮาท์ แบบ Longstay มีไว้บริการมากมาย
เราได้มีโอกาสได้พูดคุยกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ (แปลความหมายได้ประมาณ 70% แฮะๆ)นักศึกษาสาวชางออสซี่ บอกว่าเธอเก็บเงินเพื่อจะมาท่องเที่ยวแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และหาโอกาสช่วง Summer นี่แหละเธอเดินทางมาจาก กัมพูชา เวียดนาม ไทย แล้วมา Drop ที่ วังเวียงสักหนึ่งอาทิตย์ แล้วจะไปต่อที่ หลวงพระบาง พร้อม โชว์ pocket book คู่ใจเล่มหนา guide ที่พาเธอมาเที่ยวแบบ one girl show !

ที่นี่เป็นสถานที่ Hot & Hit เรียกว่า ถ้าใครไม่ได้มา คงเชย เพื่อนเธอหลายคน ก็มาตั้งรกราก ฝาก ผีฝากไข้ ก้นถาวร จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ที่คนที่นี่จะสนิทกับนักท่องเที่ยวต่างชาติมาก ป้าย ร้านต่างๆ นานาล้วนแต่เป็นภาษาอังกฤษ มีลูกครึ่งเยอะ มีร้านอินเตอร์เน็ต บาร์เบียร์ ดาษดื่น พวกเขาสามารถสนุก และอยู่ได้นานเท่าที่เขา อยากจะอยู่ ไร้กฎระเบียบเข้มงวด ที่นี่จึงเป็นแหล่งพบปะของนัก Backpacks นานาชาติ หนุ่ม สาว มาปลดปล่อยแบบฟรีสไตล์

ท่ามกลาง วิถีชีวิตที่เรียบง่าย เงียบสงบ และ ทัศนียภาพขุนเขาที่สวยงาม ราวกับเมืองในฝัน ชาวบ้านที่ เป็นมิตร เขาสามารถใช้ชีวิตได้อิสระ กิน ดื่ม เที่ยว จะต้องการอะไรมากไปกว่านี้ !! ความสุขที่คุณดื่ม ได้ (อืม..สโลแกนคุ้น ๆ นะ อันหลังน่ะ : P



ส่วนใหญ่ ร้านอาหารจะเปิดช่วงเย็น มีร้านเสต็ก เบยลาว ที่เห็นออกจะเยอะ คือ ขนมปังฝรั่งเศส ที่ทั้งแข็งโป๊ก และเย็น (ร้านเบอร์เกอรี่ หรือ กาแฟสดไม่ค่อยมีให้เห็น)



พักตา ....................



ที่เห็นมีได้ เก็บต๋ง เก็บส่วยอะไร บังเอิญ ช่วงที่ไปตรงกับงานประเพณีคล้ายบุญบั้งไฟ บ้านเรา ซึ่งต้องข้ามไปดูบรรยกาศ ฝั่งโน้นน เค้าเลยมารับบริจาคเป็นน้ำจิตน้ำใจ แล้วแต่จะให้บำรุง ทำความ สะอาด สถานที่



พอเดินข้ามฝั่งมา เห็นฝรั่งมั่งค่า มากมาย "เอ มันจะมากันทำมายยย นักหนา" "เสียงเพลงดัง อึกกะทึกครึกโครม แต่หาใช่เพลงท้องถิ่นไม่ ถ้าเป็นบ้านเรา ก็อีแซว หรือ ลำเต้ย แต่ ไหนเลย ฝรั่งสาว ตาน้ำขาว วาดลวดลาย แด๊นซ์กระจาย กันเต็มที่ " "โห พี่ เค้าคงเก็บกดมาไกลน่ะ จึงมาได้ระบายย ที่นี่" บาร์เบย และร้านเบยลาว ทำง่ายๆ แบบไม้ไผ่เอามาสร้างเป็นที่นั่ง ฝรั่งแบบ ...อืม ม่ะค่อยเห็นพี่ไทยเลย พวก....เมิงจะมากันทำมายยย ที่นี่เค้าดื่มเหล้า เบยกันแบบฟรีไสตล์ไม่ใช่ สถานที่มาถ่ายรูป แอ๊บแบ๋ว กันนะเฟ๊ยย??? เค้าก็คงคิดเช่นกันกับเรา



เป็นที่น่าเสียดาย... พวกเราไม่ได้เก็บภาพ ท้องทุ่งนามามาฝาก จริงๆ แล้ว วังเวียงไม่ใช่เมืองผ่าน แต่ยังมีความงาม และทัศนียภาพ สวยงามมายมาย ที่เก็บภาพมาได้ ก็น้องควายเผือก นี่แหละ เอาไว้ดูต่างหน้า... ว่าทริปหน้าจะได้ ไม่ควายยย อีก แหะแหะ :_(





 
Twitter Bird Gadget