ยังอยู่วันที่ 3 ของทริปปางอุ๋ง ... ขับรถลงจาก บ้านรักไทย เพื่อไปเที่ยวชมพระตำหนักปางตอง
ไฮไลท์ทริปที่ไม่ควรพลาด..อีกแห่งหนึ่งเมื่อมาเที่ยวแม่ฮ่องสอน
ก่อนถึงปางอุ๋ง(บ้านรวมไทย) จะมีทางแยกซ้ายมือ ป้ายบอกไป พระตำหนักปางตอง
ฝั่งตรงข้าม ของแยกนี้ จะมี ป้ายบอกไป พระตำหนักปางตอง
เส้นทางเป็นทางขึ้นเขาค่อนข้างชันมากแต่ไม่ไกล เป็นทางลาดยาง
vvvv
vv
เป็นครั้งที่สองแล้วที่ได้มาเยือนพระตำหนักปางตอง ..ภายในพระตำหนักฯ มีทัศนียภาพที่สวยงาม
ขับรถเข้าชมด้านใน สองข้างทางจะเห็นฝูงแกะขนปุกปุยนับร้อย..เทะเล็มหญ้าท่ามกลางทุ่งกว้าง..สลับซับซ้อน
เห็นแล้วอยากจะกรี๊ดดดด "นิวซีแลนด์เป่าเนี่ย!!"
vvv
พระตำหนักปางตอง : เป็นสถานที่ประทับซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมภายในพระตำหนักได้
เปิดให้ชม วันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 8:30 น. - 16:30 น.
:
เข้ามาก็จะเจอนายทหารรูปหล่อก่อนเลย..
ซึ่งเป็นทหารรักษาพระองค์ หรือทหารเสือพระราชินี หมุนเวียนกันมาปฏิบัติการ
แจ้งทหารและเข้าไปเที่ยวชมด้านในได้ค่ะ ไม่เสียค่าเข้าชม
vvv
vv
ว้าว ว้าว..ถนนส๊วย สวย.. "เด็ก ๆ ลงมายืดแข็ง ยืดขากันหน่อย แร้ววว"
พอปล่อยลงพื้นปั๊บ ! นักวิ่งทีมชาติ..ก็ซอยเท้าเปล่าพุ่งเข้าเส้นชัย แบบสุดแรงเกิด
vv
v
"หยุด คร่าาาลูกขา!! ...
เบรคไม่อยู่ ก๊าบบบ!!
:
:
จอดรถลงแล้ว ด้านหน้ามีโต๊ะให้ลงนาม ถวายพระพร..
ตั้งอกตั้งใจ..
แม้ไม่ใช่คนแรก...แต่ขอเป็นคนสุดท้าย..
จากนั้น ขึ้นไปสักการะศาลมหาราช
ศาลนี้สร้างขึ้นเพื่อถวายองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่เมื่อ 400 ปีเศษที่ผ่านมาตามบันทึกพระองค์ทรงกรีธาทัพไปตีได้เมือง "หงสาวดี" จากนั้นจะไปตีเมืองตองอูต่อ แต่กองทัพยังไม่พร้อม ขัดสนเสบียงอาหารด้วยจึงต้องยกทัพกลับ เดินทัพกลับมาทาง "ปางตอง" แม่ฮ่องสอน ปาย แม่มาลัย เชียงใหม่ กลับอยุธยา ดังนั้นจึงตั้งเป็นอนุสรณ์สถานเพื่อรำลึกถึงพระองค์ไว้ที่นี่
:
:
ขับรถเข้าไปด้านในกันต่อ..
vv
ภายในพระตำหนักปางตองนี้ มีสถานีวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าปางตอง สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า (ตามป้าย..เลยค่ะ)
ดำเนินการเพาะเลี้ยงอนุบาลสัตว์ป่าหายาก เช่น ละอง ละมั่ง ไก่ฟ้าหลังขาว ไก่ป่า และนกต่าง ๆ
ละองและละมั่งเป็นสัตว์ชนิดเดียวกัน ละอง คือตัวผู้ ละมั่งคือตัวเมีย
ละองและละมั่งเป็นกวางขนาดกลาง เล็กกว่ากวางป่า ลักษณะทั่วไปใกล้เคียงกวางบาราซิงกาที่มีสายเลือดใกล้ชิดกัน
เป็นกวางที่รูปร่างสวยงามมาก ความสูงที่หัวไหล่ประมาณ 110 เซนติเมตร ความยาวหัว-ลำตัว 150-180 เซนติเมตร
หนัก 150 กิโลกรัม หางยาว 20-30 เซนติเมตร ไม่มีวงก้น คอค่อนข้างเรียว ขนกลางสันหลังสีดำ ในฤดูร้อนขนมีสีน้ำตาลแดง
แต่ในฤดูหนาวสีจะเปลี่ยนเป็นน้ำตาลเข้ม ละองค่อนข้างสีเข้มกว่าละมั่งเล็กน้อย ขนหยาบ โดยเฉพาะบริเวณคอของละอง
ละองมีเขาโค้งยาวไปด้านหลังแล้วตีวงม้วนมาด้านหน้า เขาบางตัวอาจยาวถึง 2 เมตร มีกิ่งสั้น ๆ ที่ปลายเขา
ส่วนใหญ่มี 12 กิ่ง แต่บางตัวอาจมีมากถึง 20 กิ่ง กิ่งรับหมายาวมาก ผลัดเขาปีละครั้ง เขาจะโตเต็มที่เมื่ออยู่ในฤดูผสมพันธุ์
ส่วนละมั่งตัวเล็กกว่าละอง และไม่มีเขา
ขอบคุณข้อมูลดีดี จาก http://www.verdantplanet.org
ยิ้มให้กล้องหน่อยจ้าา..
:
ดั๊น..มาที่นี่เป็นครั้งที่สองแล้ว..เพราะหัวใจมันร่ำร้อง
คิดถึงเจ้าตัวเนี๊ยะ !
ช่วงเทศกาลท่องเที่ยวเนี่ย..เจ้าหน้าที่เค้าจะอาบน้ำ แต่งตัวให้ขาว วิ๊ง ๆ ไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยว
น้องแกะที่นี่ เค้าให้กอดกันฟรี ๆ ค่ะ ไม่เก็บกะตังส์นักท่องเที่ยว
:
:
อ๊ะ.. !! เหมือนน้องแกะดูดีใจที่เห็น หน้าดั๊นนและแก๊งชะนีแม่ลูกอ่อน
( จะรอดมั๊ยเนี่ยพวกเรา..
)
สำหรับชะนีที่มีจิตศัทธา..อยากจะเลี้ยงต้อย เอ๊ย ส่งเสียเลี้ยงดู ก็มีกระปุกให้หยอดเป็นค่าน้ำนมน้องแกะ
vvvv
vv
ต๊ายยย ..ช่างน่าลัก น่าฟัด !! ซะจริ๊งงง
vvvv
v
"ขอกอดน้องแกะให้หาย..เหนื่อย ตามสโลแกน ททท.หน่อยนะจ๊ะ "
vvv
v
อยากจะหิ้วขึ้นรถกลับบ้านมากคร่าา ..แต่ กลัวโดนทหารหน้าด่านไล่ยิง
ดั๊นจูบมัดจำไว้ก่อน..แล้วก็ป้อนหญ้าเป็นรางวัลปลอบขวัญ เอ๊ย ปลอบใจแกะน้อยผู้น่าร๊ากกของเจ๊
ฟาร์มเลี้ยงแกะในโครงการพระตำหนักปางตอง จะมีน้องแกะน่ารัก น่ารัก เกิดใหม่เสมอ ซึ่งเป็นการทดลองนำ
สัตว์เศรษฐกิจจากต่างประเทศ มาทดลองเลี้ยงในบ้านเรา และได้นำความรู้ขยาย
ไปสู่ชาวเขาเพื่อเลี้ยงเป็นอาชีพ สร้างรายได้ สอนทำผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ นานา จากน้องแกะหล่านี้
vvvv
v
สำหรับ..น้องแกะที่ตัวโต
เราก็สามารถเอื้อมมือไป ลูบ ๆ คลำ ๆ ขนอันหนานุ่มได้ ..มันเชื่องดีค่ะ ...ไม่ต้องกลัวโดนกัด หุ หุ
ใกล้ๆ กันมีร้านค้าขายผลิตภัณฑ์จากน้องแกะ..น่าซื้อ ทั้งน้านน เช่น ผ้าพันคอทำจากขนแกะ , ผ้าคลุมไหล่สวยๆ ๆ , สบู่รกแกะ, ครีมรกแกะ
:
:
มองไปอีกฟาก. ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน
ว้าว ว้าว..
นักวิ่งทีมชาติของเรา..สนใจ ลอดท้องม้ากะเค้าบ้าง 555 :_)
นอกจากจะมีน้องแกะให้เราได้กอดรัด ฟัดเหวี่ยงอย่างหนำใจ..แล้ว
ที่พระตำหนักปางตองยังมี กิจกรรมต่าง ๆ เช่น ขี่ม้ากลางทุ่งหญ้า
โอ๊ะ ..แหม ๆ คุณอ๋อม สกาวใจ ก็เคยมาขี่ม้าที่นี่แล้ว (ดูจากรูปภาพที่ติดไว้อ่ะค่ะ ^^)
มาขี่ม้าชมทิวทัศน์ ท่ามกลางแสงอ่อน ๆ ลมเย็น ๆ ..อากาศหนาว ๆ .. เจิดด สุด สุด
เพลิดเพลิน เจริญหู เจริญตากะฟาร์มม้า และ ฟาร์มแกะกันแล้ว
เราเข้าไปชมอีกจุดหนึ่งที่ น่าสนใจ
โซนดอกไม้ต่างประเทศ และดอกไม้เมืองหนาว..แปลงพันธุ์ไม้ดอกต่างๆ เรือนเพาะชำกล้าไม้เมืองหนาวที่ชูช่อออกดอกสวยงาม
ดอกอั่งเปา... หลอดเล็ก ๆ สีแดง ดูน่ารัก
กะเรกะร่อนอินทนนท์ หรือ เอื้องกำเบ้อ เป็นกล้วยไม้อิงอาศัย
ลำลูกกล้วยจะมีขนาดใหญ่เป็นรูปรี เป็นกล้วยไม้ที่มีดอกสวย กลีบดอกสีเหลืองหม่นมีเส้นและจุดสีน้ำตาลแดงเป็นจำนวนมาก มองดูอาจคล้ายกับปีกของผีเสื้อ..
สวยอ่ะ ..อีกรูปแล้วกัน
เรียกว่าดอกอะไร ไม่ทราบ. อดใจไม่ไหว เก็บมาฝากค่ะ
ดอกกุหลาบ..ชมพูหวาน แรกแย้มม
vvv
vv
ต่อต่อ..
ด้านในเป็นเรือนเพาะชำกล้วยไม้
อ่านจากป้าย.ได้ความว่า
"ให้เพิ่มจำนวนเอื้องแซะคืนสู่ป่าให้มาก โดยการขยายพันธุ์แล้วส่งเสริมให้ประชาชนนำไปปลูกในป่า
และให้ชักชวนให้ประชาชนเข้ามาร่วมกันดูแลและขยายพันธุ์เอื้องแซะให้มากขึ้น"
พระราชดำรัสสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2551
vvvv
vv
ภาพล่าง..
เป็นโซนจัดแสดงเฟิร์นเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน แบ่งตามกลุ่มการใช้ประโยชน์ (ลอกตามป้ายมาค่ะ)
vvvv
กลับขึ้นรถ..ไปชมด้านนอกกันบ้าง
จุดเรียนรู้เพื่อการผลิต สตรอเบอรี่อินทรีย์ (ลอกตามป้ายอีกเหมือนกานน ^^)
พระตำหนักปางตอง ช่างสวยงามอะไรมากมาย... แทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่า
เนี่ย..ประเทศไทย..ของเรา
ได้เวลา..อำลาน้องแกะแล้ว..ยังไงปีหน้า..จะมากอดใหม่เน้อออ... บ๊าย บาย
vvv
เราขับเคลื่อนสี่ล้อ..ตามเส้นถนนในพระตำหนักอย่างช้า ๆ และระมัดระวัง
เพราะทุกเส้นทางโค้ง.. อาจจะเจอ..เจ้าปุกปุยตัวนี้..เดินลั้น..ลาอยู่ริมถนนก็ด้าย ...
v
อ่านป้ายว่า "โค้งหน้าระวังแกะด้วย
"
vvv
ขับรถลงจาก พระตำหนัก เข้าสู่เส้นทาง 1095 -ลงไป ปางมะผ้า .(คืนนี้ (3)จะไปนอนพัก นับดาวที่ เดอะร็อค ปางมะผ้า รีสอร์ท )
แวะชมแหล่งท่องเที่ยว..ตามรายทาง
(ซึ่งก็ขึ้นกับ..อารมณ์ของโชเฟอร์ว่าจะขยันแวะให้เราแค่ไหน
)
vvv
v
วิวข้างทางสวย ๆ แบบเนี๊ยะ ผ่านไปเฉย ๆ เสียดายแย่ ชิมิ ^^
แชะ !!
:
"โชเฟอร์..จอดแป๊บบ ..ก็วิวมันงามม " อีกแชะ !!
vvv
vv
ถึงแระ !! น้ำตกผาเสื่อ
น้ำตกจริงนะ ไม่ใช่ ลานหิน..
vvv
ปลายเดือน ธันวา น้ำแล้ง จะอี้...
vvv
v
แด๋วไม่รู้ว่าที่ไหน...
ซะหน่อย แชะ !!
vvv
จุดต่อไป..ไม่ไกลกัน
โชเฟอร์พามาแวะที่..
vvvvv
แท่น แทน แท้นนนน
อุทยานแห่งชาติถ้ำปลา
ถ้ำปลา เป็นถ้ำใต้เชิงเขา มีน้ำไหลออกมาตลอดทั้งปี สามารถมองเห็นฝูงปลาขนาดใหญ่ มีสีดำอมเทาอมฟ้าอยู่กันเป็นจำนวนมาก เรียกว่า "ปลามุง" หรือ ปลาพวหินนอกจากนี้ยังมีทิวทัศน์และ สภาพป่า หน้าผา เขาหินปูนอันเป็นธรรมชาติที่สวยงาม ในฤดูหนาวและฤดูร้อนจะมีนักท่องเที่ยวเข้าชมเป็นจำนวนมาก ..
มาเช็คชื่อ..แทบทุกปี เลยค่ะ
vvvv
สั่ง Espresso เจ้มจ้น..ในร้านกาแฟน่ารัก ๆ แล้วหันไปบอกตากล้องว่า "จ่ายให้ด้วยนะ
"
vvv
v
ตามแม่ชะนีไปชมด้านในกันต่อ
v
ภาพนี้ เธอบอกเราว่า .. แสงทำอะไรหนังหน้าดิฉันไม่ได้.ฮ่า
vvv
ป่าเปลี่ยนสี ที่ถ้ำปลา
vvvv
v
ระหว่างให้อาหารปลา ก็จับรถเข็นลูกกันด้วยเน้อออ..
ให้ชื่อภาพว่า.... Live & Learn
vvvv
vv
|
ชุมนุมกันแบบสันติ นะพี่นะ.. ^^ |
ปลาที่มาชุมนุม เรียกว่า "ปลามุง หรือ ปลางพลวงหิน"
|
อย่ามัวแต่มุง โยนอาหารลงมาบ้าง.. |
จำไม่ได้ว่า มาแวะที่ถ้ำปลากี่ครั้งแล้ว
แต่รู้ว่า ปีนี้ ถ้ำปลา สวยงาม ร่มรื่น มีร้านค้าเยอะมากกว่าแต่ก่อน มีร้านกาแฟน่ารัก..
มีเส้นทางให้เดินอุ้มลูกศึกษาธรรมชาติได้ด้วย
ใครมีลูก..ได้ออกทั้งกำลังแขน และ กำลังขาด้วย ฮ่า ๆ
vvvv
เผลอแป๊บเดียว..ตากล้องตามไม่ทันเลย
:
:
จากถ้ำปลา..ซึ่งเป็นจุดสุดท้าย ที่ โชเฟอร์ของเรา กรุณาพามาแวะ..
(ช่างเป็นโชเฟอร์ที่น่าสรรเสริญ ทั้งขับรถพาเที่ยว เป็นตากล้อง เลี้ยงลูก (ให้ชาวบ้าน และออกค่าใช้จ่ายจิปาถะให้อีก55
)
:
ดั๊นเลย..สนองพระเดชพระคุุณ ด้วยการสรรหาที่พัก แหล่ม ๆ สำหรับคืนนี้ (คืนที่ 3 ทริปปางอุ๋ง)
ขอบอกว่า "อย่างงาม.. สวย ราคาไม่แพง วิวดี .ติดลำธารส่วนตั๊ว ส่วนตัว โรแมนกะติกสุด สุด"
คลิกชม รีวิวที่พัก..เดอะร็อค ปางมะผ้า
ดื่มด่ำ ฉ่ำทรวง..สัมผัสอากาศหนาว ๆ ไอหมอกยามเช้า..ดอกกุหลาบสวย ๆ กับ กาแฟยามเช้าที่ริมลำธาร "เดอะร็อค ปางมะผ้า" กันแร้ว
เช็คเอาท์ เรียบร้อย พร้อมออกเดินทางต่อ...
vvv
v
วันที่สี่ของทริปนี้... จาก ที่พัก ขับรถไปแวะปายสักนิดดด (ปายครั้งที่สี่) แล้วไป กางเต๊นท์ต่อที่ ...ห้วยน้ำดัง (คืนที่สี่)
ตามมาเที่ยวด้วยกันต่อนะ เอ็นทรี่หน้า ปาย - ห้วยน้ำดัง (อย่าเพิ่งเบื่อ..ที่อัพช้านะก่าก๊ะ
)
บทความแนะนำ









